32.6 C
Chiang Rai
3 มิถุนายน 2020

รับปีใหม่ปั่นทัวร์ริ่งจากผูลี่ไปเกาสง

ไต้หวันคือสวรรค์ของนักเดินทางด้วยจักรยาน

ไต้หวันคือสวรรค์ของนักเดินทางด้วยจักรยาน เป็นดินแดนที่มาได้เรื่อยๆ มาทุกครั้งที่มีโอกาส อยู่ง่าย กินง่าย เดินทางง่าย ปลอดภัย แม้พูดภาษีจีนไม่เป็น

ออกจากไทเปโดยรถทัวร์ไปเมืองเล็กๆ ภาคกลางของเกาะไต้หวัน “ผูลี่” คือเมืองที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง สงบ มีวัดเยอะมาก วัดชอบอยู่บนเขาเพราะสงบ เมืองนี้คือเมืองที่อยู่ไม่ไกลจาก “ทะเลสาปสุริยันจันทรา” หรือ Sun Moon Lake อันงดงามเวอร์วังอลังการ การพักที่เมืองผูลี่จะได้มีโอกาสปั่นรอบทะเลสาปทุกวัน หลงรักสายลมและเนินเขาที่นี่มาก

มาใช้ชีวิต slow life ที่เมืองผูลี่ เพื่อ Count Down คือข้ามปี เมื่อแสงแรกของปีสาดส่อง คือเวลาสัญญาณออกปั่นลงภาคไต้ไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง

แอร์พอร์ตลิงค์เข้าไทเป แสนสะดวก

1 มกราคม 2019
เข้าวันแรกของปี สร้างแรงบันดาลใจอีกครั้งกับการปั่นทางไกล จากใจกลางเกาะไต้หวัน มุ่งหน้าลงทางไต้ฝั่งตะวันตก จากผูลี่ ไป ชางฮัว ใช้เส้น Provincial Highway 14 และจาก ซางฮัว สู่ เจียอี้ ใช้เส้นทาง Provicial Highway 1 รวมระยะทาง 140 กม.ทางดีเวอร์แบ่งกันชัดเจน ไม่ใช่แบ่งแบบขำๆ เลนจักรยาน เลนสกุตเตอร์ เลนรถยนต์ เป็นแบบนี้ทั้งประเทศ

การแชร์ผิวจราจรบนถนนหลวงทั่วไต้หวัน

อากาศดีทั้งวัน แดดไม่แรง แต่ขากลายเป็นสองสีไปเรียบร้อย เส้นทางนี้มีที่ท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ด้วยความตื่นเต้นกับถนนที่โล่งและอากาศไม่ร้อน จึงไม่ได้หยุดถ่ายรูปที่ใหนสักแห่ง วันนี้ปั่นอย่างเดียว พักทุกสองชั่วโมง ความตั้งใจจริงๆ ตั้งใจจะถ่ายรูปกับสะพาน Xiluo สีแดง มีความยาว 1939 เมตร หลังจากที่สร้างเสร็จในปี 1952 นับว่าเป็นสะพานที่ยาวอันดับสองของโลก ลองจากสะพานโกลเด้นเกต ที่ซานฟราน แต่เลี้ยวผิดไปแยกนึง เลยไปขึ้นสะพานสร้างใหม่คู่ขนานกัน เฮ้ออออ….เลี้ยวผิด ชีวิตเปลี่ยน ถึงที่พักจบด้วยอาหารใน Night Market ซึ่งเป็นเทรนด์ตลาดยอดนิยมของชาวไต้หวัน และชาวไทยอย่างเราๆด้วย

ไนท์มาร์เก็ต พบได้ทุกที่ ทุกเมือง

Night Market ซึ่งเป็นตลาดยอดนิยมของชาวไต้หวัน พบได้ทั่วไป

2 มกราคม 2019
เริ่มเช้าวันใหม่เตรียมออกเดินทาง 07:00 พร้อมมาก วันนี้ระยะทางจะสั้นกว่าวันวาน จาก เจียอี้ ไป เกาสง ถึงที่พักประมาณ 120 กว่าโล ผ่าน ไถ่หนาน เมืองที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมของไต้หวัน ที่นี่น่าจะมีแรงงานไทยอยู่มาก พบเห็นภาษาไทยตามร้านสองข้างทาง เช่น รับบริการส่งของ ส่งแฟก ส่งเอกสาร ส่วนเกาสงนั้นเป็นเมืองท่าทางตอนใต้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากไทเป ส่วนอันดับสามคือ ไทจง อยู่ตอนกลางไต้หวัน เอาเขาจริงๆ อากาศของเมืองเกาสงดูจะมีความคล้ายกรุงเทพ โดยเฉพาะนอกฤดูหนาวนะ ระอุไม่แพ้ กทม เลย รูปลักษณ์ของคนเกาสงก็ไม่เหมือนคนที่ไทเป (จะเหมือนได้ยังไงเนาะ คนละสิ่งแวดล้อม 55)

เลาะริมทะเลตอนไต้ของไต้หวันความยาวหลายสิบกิโลเมตร

ความฟินกับเส้นทางเขตชนบท สลับเมือง เริ่มลดลง เมื่อฝนลงเม็ด แม้ไม่ได้ตกหนัก แต่ก็พรำลงมาตลอด 30 กิโลก่อนเข้าเมืองเกาสง ทำเอากำหนดเวลาการปั่นผิดพลาดอย่างมหันต์ ทำความเร็วไม่ได้ และประจวบกับเป็นช่วงเย็น คนเลิกงาน สกูตเตอร์เยอะ และหมายเลขถนนในเมืองก็ตัวเล็กมากจนทำให้ดูลำบาก ต้องใช้ Google Map ซึ่งมันไม่เป็นมิตรกับคนปั่นจักรยานเลย แม้ว่าจะปิดออฟชั่นทางด่วน ทางพิเศษ ท่าเรือแล้ว มันก็ยังไม่เวิร์ค มันพาหลง ไปในทางปิดซ่อม ข้อมูลไม่อัพเดท…Google Map นำทางผิดวนในเมืองอยู่สองชั่วโมง เกาสงมีขนาดใหญ่มาก ตึกสูงเต็มไปหมด ประกอบกับเป็นกลางคืนจึงจับทิศทางไม่ถูก ค่ำมากแล้ว เปียกไปครึ่งตัว อากาศเริ่มหนาวเย็น แบตโทรศัพท์จะหมด เปิดแผนที่กระดาษดูเองจะดีกว่า ใช้ทางหลวงหมายเลข 17 จะนำทางไปถึงที่พักได้ และใช้วิธีปั่นตามเส้นทางที่สกูตเตอร์วิ่ง

Google Map ไม่เป็นมิตรกับการปั่นจักรยานใช้เมื่อยามจำเป็น แผนที่กระดาษแม่นยำที่สุด

ไต้หวันขึ้นชื่อคือเมืองแห่งสกูตเตอร์

หลุดออกจากเมืองมาได้เกือบสามทุ่ม ดีใจเพราะว่าจองที่พักไว้นอกเขตเมือง เปิดโลเคชั่นที่พัก ยังเหลืออีกเกือบ 25 กม…คุณพระ! ทำไมนอกเมืองซะไกลเลย (ตอนจองไม่ดูให้ดี 55) ใหนๆ ก็ใหนๆ เดินหน้าต่อ ถึงที่พักเกือบสี่ทุ่ม รวมใช้เวลาบนถนนวันนี้ตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้า ถึงสี่ทุ่ม เป็นวันที่ Adventure มาก นอนตายแน่นิ่ง….

ฝนตกตอนบ่ายทำให้ถึงปลายทางดึกมาก และ เริ่มหลงทาง

3 มกราคม 2019
มุ่งลงไปทางไต้อีกสักหน่อยใหนๆ ก็เลยมาทางนี้แล้ว และทางก็น่าปั่นอยู่ไม่น้อย ตัดสินใจไปต่อ ปลายทางคือเมืองเล็กๆ ชือ Checheng มีพื้นที่ติดชายฝั่ง แต่ไม่ได้สร้างชุมชนติดหาด เป็นเรื่องความปลอดภัยจากคลื่นลม ลมพัดมาแต่ละที จักรยานเซกันเลยทีเดียว เป็นเมืองที่เงียบมาก เงียบที่สุด คือหนึ่งทุ่มนี่แทบไม่ต้องไปใหน แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีสตาร์บัคนะเออ แต่สาขานี้ปิดหกโมง…จบข่าวไว้ค่อยไปกินที่เมืองอื่นแระกัน

เมือง Checheng เมืองเล็กชายริมชายฝั่ง

ตลอดระยะทางจากเกาสง ถึง Checheng ไต่เนินเขาย่อมๆ เป็นระยะๆ ใช้ Provincial Highway 17 ต่อด้วย Provincial Highway 1 และ Provincial Highway 26 เส้นนี้ปั่นเลาะทะเลยาวๆ 30 โล โชคดีที่วันนี้มีลมส่งท้าย ไม่เจอลมต้าน ไม่งั้นชีวิตจะพังอีกวัน ช่วงเย็นที่ริมหาดได้มีเวลานั่งดูแสงสุดท้ายของวัน ใครแพ้ช่วงเวลา twilight อาจตายได้ ตายแบบฟินๆ

Checheng เมืองริมทะเลเล็กๆ ยามอาทิตย์อัสดงช่างปวดร้าว

ทางหลวงในยามเช้าจากเมือง Checheng ไปสถานีรถไฟ

 

4 มกราคม 2019
วันสุดท้ายของการปั่นทางไกลช่วงปีใหม่ ต้องปั่นกลับฐานที่มั่นเมืองผูลี่…คำนวนระยะทางแล้ว ราว 400+ กม. คิดว่าไม่น่าจะรอด พึ่งรถไฟสักช่วงนึงดีกว่า

สามารถจองตั๋วออนไลน์ได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อนอะไร จะตัดบัตรเครดิต หรือไปจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อ หรือที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้ ถ้าจองการเดินทางล่วงหน้า 1 วันต้องชำระภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าจองล่วงหน้า เกินสองวัน สามารถชำระภายใน 48 ชั่วโมง

ปัญหาคือ ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าขบวนนี้ และสถานีนี้สามารถเอาจักรยานขึ้นได้หรือไม่ จองให้คนไปก่อน แล้วค่อยไปจัดการเรื่องจักรยานเอาที่สถานี ซึ่งสถานีรถไฟที่ไกล้ที่สุดคือ Fanglioa ห่างออกไปจาก Checchang ทางทิศตะวันตก 40 กม และสถานีที่จะลงที่ไกล้บ้านพักที่สุดคือ Changhua และปั่นจากสถานีกลับที่พักอีก 60 กม.แม้ว่าไต้หวันจะมีสถานีรถไฟโยงไยไปทุกเมืองก็ตาม แต่เมืองเล็กๆ มีขบวนรถไฟไม่มาก ซึ่งเส้นทางที่จะไปนั้น เที่ยวแรกคือ เที่ยง และ ถึงสถานีปลายทางคือ บ่ายสามครึ่ง วันนี้มีลุ้นว่าจะต้องค้าง Changhua อีกคืนหรือไม่..

หกโมงเช้าปั่นออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ Fanglioa อากาศดีเว่อร์ แต่เจอลมปะทะข้างหน้าบ้าง ด้านข้างบ้าง แรงและหนักมาก ระยะทาง 40 โลใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง แขนแทบจะหมดแรง โดนซัดแต่ละทีเป๋ตามแรงลม ถือซะว่าฝึกปั่นกับลมปะทะไปก่อน ก่อนเจอของจริง ฝั่งตะวันออกในทริปหน้า ด้านนั้น ทั้งลม ทั้งฝน อยากลอง….

ถึงสถานีไปรับตั๋ว เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 12 Oct รถจักรยานต้องมีกระเป๋าใส่จึงขึ้นได้ …กรรมแล้วมั๊ยละ กล่องอยู่ที่บ้าน บ้าแล้ว (คราวก่อนยังเคยเอาขึ้นทั้งคันได้อยู่ แต่เป็นรถ Local train) ครั้งนี้เป็นรถด่วน และเป็นขบวนเดียวของวันนี้ที่จะไป Changhua เลยถามพนักงานว่า จะหาร้านซื้อกระเป๋าได้จากใหน น้องพนักงานบอก Giant อยู่หน้าสถานี รอดตัวไป แต่ค่าตัวกระเป๋าจักรยานแพงกว่าค่าตั๋วรถไฟไปอีก.แต่ชอบนะ เป็นกระเป๋าผ้าในล่อนเวลาพับเก็บม้วนๆๆๆ แล้วจะมีขนาดเหลือเท่ามัดหมูยอป่าย่นเลย

รถไฟไต้หวัน On Time มาก เวลาแม่นยำมาก คิดในใจอยากชวน รฟท ไปดูงาน ….ถึง Changhua บ่ายสามครึ่ง ประกอบชิ้นส่วนจักรยานอย่างเร็ว บ่ายสามครึงแต่ฟ้าที่นี่มืดไวมาก เริ่มออกนอกเมืองเพื่อเข้า Provincial Highway 14 มุ่งหน้ากลับผูลี่ กว่าจะหลุดออกจากเมืองก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็น ขากลับนี่ขึ้นเขาตลอดๆๆๆ ลอดอุโมงค์สามสี่จุด ช่วงหลังหกโมงครึ่ง อารมณ์เหมือนเที่ยงคืน เงียบสนิท จะผ่านเมืองเล็กๆ เป็นระยะๆ (ลองนึกภาพตาม) มีไฟสีแดงแว๊บๆๆๆ เคลื่อนที่ช้าๆ ในความมืดบน Highway กลางภูเขา ภาวนาว่า อย่ามีไรจิ้มยางนะ ไม่เอา ไม่คิด
ทุกๆ ช่วง 20 กม จะมีชุมชน มีเซเว่น และ แฟมมิลีมาร์ท ให้แวะหาไรใส่ท้องเป็นพลังงาน ยิ่งดึกยิ่งมึด ยิ่งเงียบ ได้ยินเสียงน้ำไหลมาไกลๆตลอดทาง เอาเข้าจริงๆ ชอบอากาศแบบนี้ มันไม่ร้อน ปั่นจักรยานสนุก ถ้ามี buddy ปั่นด้วยจะสนุกกว่านี้ แต่ไม่มีใครมาปั่นด้วย เลยต้อง BikeMeAlone ต่อไป

ระหว่างปั่นในช่วง 20 กม สุดท้าย มีบิกไบค์แล่นแซงไปประปราย และทุกคันเมื่อแซงแล้วจะชะลอความเร็ว พร้อมยกมือกด Like ให้เป็นกำลังใจ ได้แรงจริงๆ (ก็มืดและเปลี่ยวกลางเขาใครบ้ามาปั่นคนเดียว) กว่าจะถึงบ้านพัก สามทุ่ม ….รอด ปลอดภัย

ถ้าอยู่เมืองไทยจะไม่ปั่นทางไกลหลังหนึ่งทุ่มเด็ดขาด Google map พาหลงที่อุดร สุดน่ากลัว

ไต้หวันนั้นนอกจากการสร้างวัฒนธรรมการเดินทางด้วยจักรยานที่ชนะเลิศแล้ว การเข้าคิวต่อแถว และการลดปริมาณขยะ ก็ชนะเลิศไม่แพ้กัน สิ่งเหล่านี้เป็นวิถีไปแล้วโดยไม่ต้องรณรงค์ เข้าร้านสะดวกชื้อก็ถือของกลับเองไม่ใส่ถุง เข้าร้านอาหารสะดวกตัก ก็มีจานถ้วยที่เป็นกระดาษพร้อมรีไซเคิล เมื่อใช้เสร็จ ตามถนนหนทางไม่ค่อยพบเห็นมีถังขยะ คนที่นี่มักจะเก็บเอาขยะที่ตัวเองมีกลับไปบ้าน และตอนเย็น จะมีรถเก็บขยะมาเก็บ ได้ยินเสียงคล้ายๆ รถไอติมวอลล์เมื่อไหร่ เตรียมเอาถุงขยะออกไปรอได้เลย ที่สำคัญ ทุกบ้านมีการแยกขยะ รู้สึกสบายใจที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมที่เคารพมนุษย์ เคารพกติกา รู้สึกชีวิตมีความปลอดภัยและมั่นคงตั้งแต่ลืมตาตื่นยันหลับตานอน

นอกจากการวัฒนธรรมการเดินทางด้วยจักรยาน การเข้าคิวก็ยอดเยี่ยม

เรื่องราวน่าติดตาม!

เนเธอร์แลนด์ เพิ่มเงินให้พนักงานที่ปั่นมาทำงาน

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์กำลังพิจารณาแผนที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปั่นจักรยานไปทำงานแทนการขับรถยนต์เพื่อลดปัญหาการจราจรคับคั่งบนถนนและทางด่วน

จักรยาน: เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางในประเทศไทยได้จริงหรือแค่ฝัน

แม้ว่าการปั่นจักรยานในกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดใหญ่ๆในเมืองไทย จะเป็นเรื่องที่หลายคนมีความกังวล แต่ก็พบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางประจำวัน ทั้งเพื่อออกกำลังกาย สันทนาการชีวิต หรือการเดินทางไปทำงาน

ฝากใจไว้..เชียงของ

เริ่มต้นทางที่แม่จัน เข้าเชียงแสน มุ่งหน้าสู่เชียงของ รวมระยะทาง เพียง 94 กม แต่เป็น 94 กม ที่ใช้เวลาเกือบทั้งวัน ตะลึงพรึงเพริศบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1290 สร้างใหม่ ไฉไลกว่าเดิม เป็นทางสายหลักที่ใช้ในการติดต่อระหว่างอำเภอแม่สาย สามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ